Future Forward

ที่มารูปภาพ : www.photo.pixmac.com

แนวโน้มสำคัญในปี 2012-2013 ที่ Country Brand Index (CBI) ได้นำเสนอมีดังนี้
1.  New World Order

ปัจจุบันมีการรวมกลุ่มประเทศเกิดขึ้นมากมาย ไม่ว่าจะเป็น BRIC, N-11, MIKT, BRICS, MICT, CIVETS, EAGLE ยังไม่รวมถึง G7, G8, และ G20 ซึ่งการรวมกลุ่มเช่นนี้ มีแนวโน้มจะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ 

การรวมกลุ่มต่างๆ ดังกล่าว มีวัตถุประสงค์เพื่อความร่วมมือในทางการเมือง เศรษฐกิจ และสังคม โดยมักเป็นความคิดจากกลุ่มผลประโยชน์ภาคเอกชน เช่น Goldman Sachs ประเทศกลุ่มBRIC จะเป็นกลุ่มที่รวยที่สุดในโลก เนื่องจากมีพื้นที่ประเทศ(ดินแดน)กว้างขวาง และจำนวนประชากรของกลุ่มBRIC มีกว่า40% ของจำนวนประชากรโลก แต่ก็ไม่อาจสรุปการคาดการณ์อนาคตของเศรษฐกิจโลกได้ชัดเจน

เนื่องจาก กรณีของประเทศรัสเซีย ที่เป็นประเทศที่มีความมั่งคั่งด้านพลังงานและวัตถุดิบ แต่มีอำนาจลดลงเพราะมีการทุจริตของรัฐบาลและประชากรระดับมันสมองอพยพออกนอกประเทศมากขึ้น ด้านเศรษฐกิจก็มีอำนาจลดลงอย่างมีนัยสำคัญ

อย่างไรก็ตาม การรวมกลุ่มประเทศเหล่านี้ก็แสดงถึงการเปลี่ยนถ่ายอำนาจไปจากโลกตะวันตก ในขณะที่กลุ่มอำนาจเก่า คือ สหภาพยุโรปประสบปัญหาเศรษฐกิจและการเมือง และการรวมกลุ่มประเทศก็เป็นเครื่องมือทางการตลาดรูปแบบหนึ่ง เพื่อดึงดูดการลงทุน เป็นเสมือนการสร้างแบรนด์ร่วมกันของกลุ่มประเทศเศรษฐกิจใหม่

หมายเหตุ:
BRIC : Brazil, Russia, India, and China
N-11 : Bangladesh, Philippines, Egypt, Turkeys, Indonesia, South Korea, Iran, Vietnam, Mexico, Pakistan, and Nigeria
MIKT : Mexico, Indonesia, South Korea, and Turkey
BRICS : Brazil, Russia, India, China, and South Africa
CIVETS : Columbia, Indonesia, Vietnam, Egypt, Turkey, and South Africa
G7 : France, West Germany, Italy, Japan, United Kingdom, United States, and Canada
G8 : France, West Germany, Italy, Japan, United Kingdom, United States, Canada, and Russia
G8+5 : France, West Germany, Italy, Japan, United Kingdom, United States, Canada, Russia plus Brazil, India, Mexico, and South Africa
G20 : South Africa, United States, Canada, Mexico, Brazil, Argentina, China, Japan, South Korea, India, Indonesia, Russia, Turkey, European Union, Germany, France, United Kingdom, Italy, Saudi Arabia, and Australia

2. The ‘Made in…’ Movement

ในยุคโลกาภิวัฒน์ การเพิ่มขึ้นของอุปสงค์ในการใช้สินค้า ทำให้ประเทศผู้ผลิตต้อง outsource การผลิตสินค้าไปในประเทศอื่นๆทำให้เกิดปฏิกิริยาตอบโต้สำหรับสินค้าในท้องถิ่นที่เรียกว่า ‘Made in…Movement’ เพราะคำว่า ‘Made in…’ ก็เป็นส่วนหนึ่งในการที่ผู้บริโภคจะเลือกซื้อสินค้านั้นๆ เป็นเสมือนฉลากประกันคุณภาพของสินค้าและบ่งบอกถึงรูปแบบ ส่วนประกอบ กระบวนการ และอุตสาหกรรมทั้งระบบ ว่ามีความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อมและประชาชนเพียงใด

ประเทศในกลุ่มสแกนดิเนเวีย สินค้าที่โดดเด่นคือ สินค้าประเภทเฟอร์นิเจอร์ ซึ่งผลิตจากวัสดุธรรมชาติ เช่น แบรนด์ IKEA ที่สวีเดนเป็นผู้ออกแบบผลิตภัณฑ์ต่างๆ แต่ใช้ชื่อแบรนด์ของสแกนดิเนเวีย เช่นเดียวกับ ‘Made in USA’ สินค้าติดฉลากดังกล่าว ได้รับความนิยมอย่างมากจากทั่วโลก เป็นการแสดงความแข็งแกร่งของแบรนด์ (USA) ให้กับสหรัฐอเมริกา แนวโน้มในเรื่องนี้ส่งสัญญาณให้เห็นว่าแบรนด์ของสินค้าสามารถสื่อสารถึงภาพรวมของประเทศผู้ผลิตได้ด้วย

3. Global Urbanization

ปัจจุบันประชากรโลกกว่า 50% อาศัยอยู่ในชุมชนเมือง เนื่องจากมีช่องทางในการทำงานมากกว่า และแนวโน้มที่ชาวชนบทจะย้ายถิ่นฐานเข้ามาอยู่ในเมืองจะยังดำเนินต่อไป เนื่องจากเมืองใหญ่จะเป็นศูนย์กลางของการพัฒนาสำหรับประเทศที่กำลังเติบโต การมีโครงสร้างพื้นฐานที่เหมาะสมจึงเป็นสิ่งสำคัญในการ บูรณาการผู้ที่อพยพเข้าสู่ชุมชนเมืองเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจของประเทศและทำให้เมืองเติบโตอย่างยั่งยืน

เมืองใหญ่ที่เป็นต้นแบบของเมืองรุ่นเก่า ซึ่งเป็นการออกแบบที่ต้องใช้รถยนต์ ผังเมืองเป็นแบบกระจายศูนย์ เช่น ลอสแองเจลิส ชิคาโก ปราก วอร์ซอ บูคาเรสท์ ปัจจุบันเมืองเหล่านี้ประสบปัญหาการกระจายทรัพยากรที่ไม่มีประสิทธิภาพ ส่วนเมืองที่จะเติบโตในอนาคต ซึ่งเน้นคุณภาพชีวิตของผู้อยู่อาศัย มีพื้นที่สาธารณะและเครือข่ายการคมนาคมที่ครอบคลุม ได้แก่ Medellin ของโคลัมเบีย Johannesburg ของแอฟริกาใต้ Guangzhou และ Hong Kong ของจีน Seoul ของเกาหลีใต้ Abu Dhabi ของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ Zurich ของสวิตเซอร์แลนด์ และCopenhagen ของเดนมาร์ก
เมืองใหญ่เหล่านี้เป็นประตูสู่ประเทศและสร้างอัตลักษณ์ที่จะกำหนดแบรนด์ของประเทศนั้นๆ ในสายตาของนักท่องเที่ยว นักลงทุน และคนทั่วโลก

4. The New Consumer

ท่ามกลางการพัฒนาด้านเศรษฐกิจของนานาประเทศและความมั่งคั่งของประเทศเศรษฐกิจใหม่ ผู้บริโภคชนชั้นกลางจะเป็นกลุ่มที่มีรายได้ต่อหัวเพิ่มขึ้น และมีกำลังในการซื้อมากที่สุด ผู้บริโภคกลุ่มดังกล่าวจะมีผลต่อการขับเคลื่อนเศรษฐกิจโลก ซึ่งในปัจจุบันผู้บริโภคชนชั้นกลางมีมากกว่าครึ่งหนึ่งของจำนวนประชากรโลก

ผู้บริโภคสมัยใหม่นี้ ต้องการเข้าถึงสินค้าและนวัตกรรมอย่างรวดเร็ว และสินค้าต้องตอบสนองความต้องการเฉพาะด้านของตนได้ ผู้ประกอบการต่างๆ จำเป็นต้องปรับกลยุทธ์การขายเพื่อทำกำไร ควรทำความเข้าใจความต้องการ วัฒนธรรม และรสนิยมของผู้บริโภค ผู้บริโภคจะให้ความสนใจในหลายด้าน ทั้งเรื่องการท่องเที่ยวและที่อยู่อาศัย รวมทั้งผู้บริโภคจะสนใจเรื่อง Healthcare และ Luxury goods โดยคาดว่าการท่องเที่ยวต่างประเทศจะมีการเติบโตอย่างมากภายในปี 2020 อนาคตเชื่อกันว่าทวีปเอเชียจะมีตลาดการค้าใหญ่ที่สุดในโลก โดยมีประเทศหลักๆ เช่น อินเดีย จีน ญี่ปุ่น และอินโดนีเซีย

อย่างไรก็ดี การเปลี่ยนแปลงที่เป็นด้านลบก็อาจเกิดขึ้น เช่น ราคาสินค้าอุปโภคบริโภคสูงขึ้นอย่างมากและเกิดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมจากลัทธิบริโภคนิยมมีแพร่ขยายในวงกว้าง รวมทั้งการย้ายถิ่นฐานสู่สังคมเมือง ซึ่งสร้างความตึงเครียดให้กับทั้งภาครัฐและภาคเอกชน

ที่มา : Country Brand Index 2012-2013

Advertisements

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s