Emerging Economies Moving from ‘Takers’ to ‘Shapers and Makers’ in New Geopolitical Landscape : WTO Chief

commons.wikimedia.org

นายปาสกาล ลามี ผู้อำนวยการ องค์การการค้าโลก (WTO) ได้กล่าวประเด็นสำคัญเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงของการค้าโลกไว้ดังนี้

Geo-political transformations

  • โลกของเรามีลักษณะเป็นโลกหลายขั้ว (multi-polar world) กล่าวคืออำนาจทางเศรษฐกิจไม่ได้ตกอยู่กับกลุ่มมหาอำนาจ เช่น สหรัฐอเมริกา สหภาพยุโรป และญี่ปุ่นเท่านั้น แต่ประเทศกำลังพัฒนาหรือตลาดเกิดใหม่กำลังมีอำนาจและบทบาทในเวทีการเจรจาทางการค้ามากขึ้น ตัวอย่างเช่น ประเทศเล็กๆอย่างแอนติกาและบาร์บูดาสามารถชนะสหรัฐฯในกรณีข้อพิพาทเกี่ยวกับบริการด้านการพนันได้ในปี 2003
  • นอกจากนี้ประเทศกำลังพัฒนาต้องการที่จะเป็นผู้กำหนดระเบียบทางการค้าระหว่างประเทศมากกว่าเป็นผู้ที่ปฏืบัติตามระเบียบนั้น
  • จากรายงานของ WTO ระบุว่าปัจจุบันมีข้อพิพาทที่ไม่เกี่ยวข้องกับอเมริกาและสหภาพยุโรปสูงถึง 20%ของข้อพิพาททั้งหมด โดยผู้ร้องเรียนที่สำคัญคือกลุ่มประเทศกำลังพัฒนา
  • การเติบโตขึ้นของประเทศกำลังพัฒนาซึ่งมีบทบาทสำคัญต่อเศรษฐกิจโลกและความร่วมมือทางการค้านั้นเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้เกิดภูมิรัฐศาสตร์รูปแบบใหม่

South-South Trade

  • ปัจจุบันการค้าโลกมีความสัมพันธ์ทางการค้าแบบ South-South กล่าวคือประเทศกำลังพัฒนาหรือตลาดเกิดใหม่จะผลิตสินค้าและบริการเพื่อประเทศกำลังพัฒนาแห่งอื่นมากขึ้น ประเทศกำลังพัฒนาจึงเป็นตลาดที่ใหญ่ที่สุดของกลุ่มประเทศกำลังพัฒนาด้วยกัน โดยความสัมพันธ์ทางการค้าในลักษณะดังกล่าวเพิ่มขึ้นจาก 13% ของการค้าทั้งหมดในปี 2000 เป็น 23% ในปี 2010
  • กลุ่มประเทศกำลังพัฒนามีส่วนสำคัญที่ทำให้การค้าแบบ South-South เพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน โดย 80% ของการค้าแบบSouth-Southนี้เกิดจากประเทศในเอเชีย 10% จากภูมิภาคละตินอเมริกาและ 6% จากแอฟริกา

Trade in Task and Global Value Chains

  • ปัจจุบันประเทศต่างๆจำหน่ายสินค้าชั้นกลาง (intermediate products) มากขึ้น ทำให้ไม่สามารถระบุได้ว่าสินค้านั้นผลิตขึ้นโดยประเทศใด ทำให้คำว่า “Made in Country X” จึงหายไป และเกิดเป็นคำว่า “Made in the World” ขึ้นมาแทน เนื่องจากการผลิตสินค้าแต่ละชิ้นจะต้องใช้วัตถุดิบที่หลากหลายและผ่านขั้นตอนการผลิตจากหลายประเทศ ตัวอย่างสินค้าที่สำคัญได้แก่ iPhone โดยการผลิตเครื่อง iPhone นั้นจะต้องใช้ชิ้นส่วนและอุปกรณ์ทั้งจากจีน เกาหลี ญี่ปุ่น เยอรมนีและสหรัฐฯ จากนั้นจึงนำมาประกอบเครื่องที่ประเทศจีน  ดังนั้นจึงไม่สามารถระบุชื่อประเทศผู้ผลิตเพียงประเทศเดียวได้
  • เพื่อรับมือกับปรากฏการณ์ดังกล่าว องค์การการค้าโลกและสถาบันที่เกี่ยวข้องจึงนำวิธีการทางสถิติการค้ากลับมาใช้ โดยการรวบรวมสถิติการเพิ่มมูลค่าการค้า พบว่ามีการซื้อขายการบริการมากกว่าสินค้า

Non-Tariff Barriers

  • ในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา มีมาตรการกีดกันทางการค้าที่ไม่ใช่ภาษี (Non-Tariff Measures: NTMs) เพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน จากรายงานของ WTO พบว่ามาตรการกีดกันทางการค้าเปลี่ยนแปลงจากการกำหนดโควต้าและจำกัดปริมาณการนำเข้า เป็นมาตรการด้านสุขภาพอนามัย ความปลอดภัย คุณภาพสิ่งแวดล้อม และสังคม ซึ่งอาจกล่าวได้ว่าการใช้มาตรการภาษีเป็นการปกป้องผู้ผลิต ในขณะที่มาตรการกีดกันทางการค้าที่ไม่ใช่ภาษีจะปกป้องผู้บริโภค
  • อย่างไรก็ตาม การใช้มาตรการกีดกันทางการค้าที่ไม่ใช่ภาษีส่งผลกระทบทั้งผลดีและผลเสียต่อการค้า สำหรับผลกระทบที่สำคัญคือ ทำให้ค่าใช้จ่ายในการค้าเพิ่มสูงขึ้นซึ่งส่งผลกระทบต่อทั้งผู้นำเข้าและผู้ส่งออก

Other Transformations

  • สิ่งที่มีความสำคัญอีกอย่างหนึ่งคือ ข้อตกลงการค้าเสรี ซึ่งเป็นเหมือนปรากฏการณ์วัฏจักร (cyclical phenomenon)  บางครั้งข้อตกลงทางการค้าเสรีถูกเรียกว่า เทคโนโลยีของการเปิดการค้า เนื่องจากเป็นวิธีการทางการค้าอย่างหนึ่งซึ่งมีผลต่อการเจรจาทางการค้าและการเปิดตลาดใหม่
  • ในอนาคตจะมีการเจรจาทางการค้าแบบพหุภาคี และจะมีผู้เล่นใหม่ๆ รวมถึงรูปแบบการค้าและอุปสรรคทางการค้าใหม่ๆ ขึ้นมา ดังนั้นผู้ที่เกี่ยวข้องจึงควรที่จะหาความรู้และทำความเข้าใจสิ่งใหม่ๆเหล่านั้น เพื่อที่จะสามารถคิดหาวิธีการเจรจามารับมือกับความเปลี่ยนแปลงที่เกิดได้

ที่มา: Travel Impact Newswire

Advertisements

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s